เจาะลึกถึงรายละเอียดของเกลียวนอต “การกลึงเกลียว” และ “การรีดเกลียว” แตกต่างกันอย่างไร
หากให้กล่าวถึง “นอต” หรือ “สกรู” ไม่ว่าจะเป็นชื่อไหน ต่างก็เป็นวัสดุที่เราพบกันได้ทั่ว ๆ ไป ในการใช้ชีวิตประจำวัน เรามั่นใจว่าคงมีใครเคยสงสัยกันอย่างแน่นอน ว่าเกลียวบริเวณนอตนั้นถูกสร้างมาเพื่ออะไร และสร้างมาอย่างไร ? บทความนี้เราจะพาทุกคนรู้จักกับกรรมวิธีการผลิตนอต เจาะลึกในส่วนของเกลียวเหล่านั้น โดยจะมี 2 วิธีการสร้างเกลียวที่ถูกใช้มากที่สุดอย่าง “การกลึงเกลียว” และ “การรีดเกลียว”

ซึ่งทั้ง 2 วิธีต่างก็เป็นหนึ่ง ในอีกหลายวิธีที่ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างเกลียวของนอต เพราะที่จริงแล้วในกรรมวิธีการผลิตนอตขึ้นมาสักชิ้น ยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่ต้องอธิบายเพิ่มเติมกันอีกหลายอย่างเลยทีเดียว ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่สนใจในด้านของการผลิตเกลียวของนอต หรืออาจจะกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง บทความนี้ถือว่าเป็นแหล่งความรู้สุดพิเศษ ที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยแม้แต่บรรทัดเดียว ถ้าพร้อมแล้วเราไปทำความเข้าใจถึง “การกลึงเกลียว” และ “การรีดเกลียว” มาดูกันว่าวิธีไหนจะเป็นการทำเกลียวนอตที่ดีกว่ากัน
กระบวนการสร้างเกลียวนอตด้วยวิธี “การกลึงเกลียว”
เริ่มต้นกันที่การสร้างเกลียวในรูปแบบของ “การกลึงเกลียว” หรือเรียกกันว่า การตัดเกลียว (Cutting Thread) ในวิธีนี้จะเป็นการนำชิ้นงานที่ขึ้นรูปเป็นนอตมาแล้วส่วนหนึ่ง ในส่วนหัวของนอต แต่ยังไม่มีเกลียว จากนั้นก็นำเอาตัวนอตมายึดกับเครื่องมือ แล้วสร้างเกลียวด้วยการเฉือนในส่วนของเนื้อเหล็กบางส่วนออกไป จนทำให้เกิดเกลียวขึ้นในบริเวณที่ต้องการ แน่นอนว่าในกระบวนการนี้จะทำให้นอตสูญเสียพื้นผิวของวัสดุลงไป นิยมใช้กับการสร้างนอตขนาดใหญ่มากกว่าขนาดเล็ก เนื่องจากเครื่องมือไม่สามารถรองรับการกลึงวัตถุขนาดเล็กได้ดีสักเท่าไร บางครั้งเราก็จะเห็นการใช้เทคนิคนี้ สำหรับการกลึงทำเกลียวสำหรับนอตตัวเมีย (Nut) บ้างเช่นเดียวกัน
กระบวนการทำเกลียวด้วยวิธีการกลึงเกลียว
สำหรับขั้นตอนการทำการกลึงเกลียวนั้น เริ่มต้นโดยการนำตัวนอตมายึดกับ (Clamp) จากนั้นใช้เครื่องกลึง หรือใช้แม่พิมพ์ตัด (Cutting die) เฉือนในส่วนที่ไม่ต้องการทิ้งออกไป เหลือเอาไว้เพียงตัวนอตกับรอยเกลียวที่ต้องการเพียงเท่านั้น อย่างที่ได้กล่าวถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ ว่าวิธีนี้เหมาะกับการสร้างเกลียวในนอตที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ หรือเป็นขนาดที่ไม่ได้มาตรฐานเพียงเท่านั้น

ข้อดีของการกลึงเกลียว
- ใช้เครื่องมือโดยทั่วไป สำหรับขั้นตอนการผลิตเกลียวด้วย “การกลึงเกลียว” ใช้อุปกรณ์เพียงเครื่องหนีบ เครื่องกลึง และ แม่พิมพ์ตัด เพียงเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดถือว่าเป็นเครื่องจักรที่พบได้ทั่ว ๆ ไปในโรงงานผลิต
- ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก การกลึงเกลียวนอกจากจะใช้เครื่องมือที่พบได้ทั่ว ๆ ไป กรรมวิธีการทำเองก็ไม่ได้ซับซ้อน แม้จะเป็นเพียงวิศวกรที่มีประสบการณ์โดยทั่วไป ก็สามารถสร้างเกลียวนอตจากวิธีนี้ได้ด้วยตนเอง หากมีอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม
- เหมาะสำหรับการทำงานเร่งด่วน เทคนิคการกลึงเกลียว เหมาะสำหรับการสร้างนอตตามขนาดที่ต้องการ ภายในระยะเวลาอันสั้น หากต้องการนอตในขนาดที่ต้องการในปริมาณเพียงไม่กี่ตัว สามารถใช้วิธีนี้เพื่อสร้างนอตอย่างเร่งด่วนขึ้นมาได้
- ประหยัดต้นทุนในกรณีที่ผลิตน้อย ในกรณีที่ความต้องการของนอตมีไม่มากจนเกินไป ใช้วิธีการกลึงเกลียวถือว่าเป็นการเลือกที่เหมาะสมมากที่สุด เพราะใช้เครื่องมือเพียงไม่กี่อย่าง วิธีการทำก็ง่าย ประหยัดทั้งเวลาและต้นทุน ช่วยให้ได้นอตตามความต้องการ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่ไม่มากจนเกินไป
ข้อเสียของการกลึงเกลียว
- ความแข็งแรงของนอตที่ลดลง เนื่องจากการกลึงเกลียวจำเป็นต้องเฉือนเอาเนื้อโลหะของนอตบางส่วนออกไป ส่งผลให้ความแข็งแรงของชิ้นงานลดน้อยลง เนื่องจากการขาดหายไปของ Grain flow / Fiber flow หรือ เส้นใยของเนื้อวัสดุ บางส่วน ซึ่งส่งผลกับความสามารถด้านการทนแรงดึงที่ลดน้อยลง แต่ก็ยังเป็นนอตที่ยังใช้งานได้โดยทั่วไป ลองยกตัวอย่างง่าย ๆ หากแขนของเราที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง ถ้าโดนเฉือนออกไปบางส่วน คงไม่แข็งแรงเหมือนเดิมอย่างแน่นอน นอตเองก็เช่นกัน
- ไม่คุ้มค่าหากต้องผลิตในปริมาณมาก ๆ การกลึงเกลียวเหมาะสำหรับการผลิตนอตในปริมาณเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น หากผลิตเป็นจำนวนมากอาจไม่คุ้มค่าต่อการทำสักเท่าไร แม้จะใช้อุปกรณ์ที่หาได้ทั่วไป แต่ขั้นตอนที่สามารถทำได้ทีละชิ้นงานเท่านั้น แถมยังมีการเฉือนเนื้อชิ้นงานทิ้งอีก หากทำปริมาณมาก ๆ หักบวกลบคูณหารแล้ว อาจจะไม่คุ้มค่าสักเท่าไร ทั้งในส่วนของต้นทุนและเวลาที่เสียไป
สรุปแล้วการกลึงเกลียวเป็นอีกวิธีหนึ่งในการทำเกลียว แต่ไม่นิยมใช้ในการผลิตนอตปริมาณมาก ๆ มักจะพบในการผลิตนอตขนาดใหญ่ ไปจนถึงนอตที่มีความต้องการพิเศษเท่านั้น และเนื่องด้วยกรรมวิธีนี้จะส่งผลเสียโดยตรงกับความแข็งแรงของตัวนอต เนื่องจากการเฉือนนอตบางส่วนทิ้งไป ส่งผลให้นอตสูญเสีย Grain Flow ทำให้เมื่อถูกนำไปใช้ในงานที่มีการรับแรงดึงปริมาณมาก ๆ อาจทำให้นอตเกิดการเสียหายได้มากกว่าวิธีอื่นนั่นเอง


กระบวนการสร้างเกลียวบนนอตด้วยวิธี “การรีดเกลียว”
ในส่วนของ “การรีดเกลียว” กระบวนการนี้จะเป็นการผลิตเกลียวให้กับนอตที่จะไม่ใช่การเฉือนเนื้องานออกไป แต่จะเป็นการลดขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางแทน โดยจะนำชิ้นงานผ่านเข้าสู่แม่พิมพ์ จากนั้นจะใช้แรงกดเพื่อรีดเกลียวให้เกิดขึ้นกับชิ้นงาน ระหว่างกระบวนการจะต้องมีการหล่อลื่นตลอดเวลา และแม่พิมพ์ที่ใช้จะต้องผ่านการคำนวณขนาดมาเป็นอย่างดี รวมไปถึงเครื่องจักรทุกชิ้นล้วนต้องถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ จึงทำให้วิธีนี้มีความสลับซับซ้อนมากกว่าวิธีแรกพอสมควร พบได้กับโรงงานที่ผลิตนอตในปริมาณที่มาก ๆ เพียงเท่านั้น
กระบวนการทำเกลียวด้วยวิธีการรีดเกลียว
ในส่วนของวิธีการทำนั้น การรีดเกลียวจะเป็นการนำเอาส่วนของนอตที่จำเป็นต้องขึ้นรูปเกลียว นำมาใส่เข้ากับเครื่องมือเฉพาะ จากนั้นจะถูกนำเข้าแม่พิมพ์ที่ถูกกำหนดขนาดเอาไว้แล้ว จากนั้นก็จะกระทำการหมุนจนเกิดเกลียวบนตัวนอต ในกระบวนการนี้จะไม่สูญเสียเนื้อของชิ้นงาน จะใช้แรงกดเพื่อขึ้นรูปให้นอตเป็นไปตามที่ต้องการ โดยจะเป็นการลดเส้นผ่านศูนย์กลางของนอตแทน ระหว่างขั้นตอนการทำจำเป็นต้องใช้สารหล่อลื่นอยู่ตลอด เพื่อป้องกันการเสียหายของนอตและแม่พิมพ์ระหว่างการรีดเกลียวออกมา

ข้อดีของการรีดเกลียว
- ความแข็งแรงคงทนของตัวนอต ในกระบวนการรีดเกลียวไม่มีขั้นตอนไหนเลยที่ตัวนอตสูญเสียชิ้นส่วนลงไป แถมยังเกิดการบีบอัดของตัวนอต ส่งผลให้เกิดการอัดแน่นของเนื้อโลหะ ส่งผลให้มีความแข็งแรงคงทนเหมือนเดิม ( อาจจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย ) สามารถต้านทานแรงดึง แรงเฉือน ได้เป็นอย่างดี
- เหมาะสำหรับการผลิตเป็นจำนวนมากในคราวเดียว การสร้างเกลียวจากวิธีการรีดเกลียว ในทุก ๆ กระบวนการจะใช้เครื่องมือเฉพาะ โดยเฉพาะในส่วนของแม่พิมพ์ ส่งผลให้เมื่อดำเนินการผลิตนอตเป็นจำนวนมาก ๆ จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว หากสามารถเติมก้านนอตเข้าไปได้เรื่อย ๆ ก็จะส่งผลให้การผลิตสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
ข้อเสียของการรีดเกลียว
- จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง จากขั้นตอนของการรีดเกลียวที่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางเท่านั้น โรงงานทั่วไปที่มีเครื่องมือกลึงเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถนำวิธีการนี้มาใช้ได้ ส่งผลให้วิธีนี้ถูกใช้เฉพาะโรงงานที่มีเครื่องมือเฉพาะด้านเท่านั้น ยังไม่รวมกับแม่พิมพ์ที่จะต้องออกแบบมาเฉพาะนอตขนาดเท่านั้น และระบบการหล่อลื่นระหว่างการดำเนินการอีกด้วย
- ผลิตเกลียวนอตได้เฉพาะที่มีแม่พิมพ์เท่านั้น หากคุณไม่มีแม่พิมพ์หรือเครื่องมือที่พร้อมสำหรับการรีดเกลียว คุณแทบไม่มีโอกาสเข้าถึงการสร้างเกลียววิธีนี้เลยแม้แต่น้อย ในการสร้างนอตแต่ละขนาดขึ้นมา จะต้องมีแม่พิมพ์เฉพาะเท่านั้น ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลิตในจำนวนน้อย ๆ สักเท่าไร
จากเนื้อหาที่เรากล่าวถึงมาทั้งหมด ทำให้เห็นแล้วว่าการรีดเกลียวเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับโรงงานผลิตนอตโดยเฉพาะ ด้วยวิธีการที่สามารถผลิตเกลียวให้นอตได้ในปริมาณมาก ๆ ในคราวเดียวกัน และตัวนอตเองก็ยังมีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงดึงได้มหาศาลเหมือนเดิม แต่ด้วยความยุ่งยากของกระบวนการ รวมไปถึงงบประมาณที่สูงพอสมควร ทำให้วิธีนี้ไม่สามารถเข้าถึงได้จากบุคคลโดยทั่วไป การจะดำเนินการในวิธีนี้ต้องเตรียมการหลาย ๆ อย่าง ทั้งในส่วนของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไปจนถึงเครื่องจักรเฉพาะทางอีกหลายต่อหลายเครื่องด้วยกัน
สำหรับช่วงสุดท้ายของบทความนี้ หลังจากอ่านเนื้อหาทั้งหมดของบทความไปแล้ว คุณคงได้รู้แล้วว่ากระบวนการสร้างเกลียวของนอต ทั้ง “การกลึงเกลียว” และ “การรีดเกลียว” ต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป ไม่สามารถบอกได้ว่าวิธีไหนดีกว่ากัน กันแน่ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ผลิต ว่าเหมาะสมกับวิธีไหนมากกว่ากัน หากคุณอ่านบทความนี้แล้วชื่นชอบเนื้อหา และอยากได้ความรู้เกี่ยวกับนอตเพิ่มเติมอีก สามารถแจ้งทีมงานของเรา เพื่อต้องการเนื้อหาที่คุณอยากอ่านได้เลยนะครับ สำหรับในบทความนี้ก็จบลงแล้ว ขอบคุณครับ
